เหตุดินถล่มชวาตะวันตกคร่าชีวิตหลายสิบ
เหตุดินถล่มชวาตะวันตกคร่าชีวิตหลายสิบ เหตุการณ์ดินถล่มครั้งรุนแรงในจังหวัดชวาตะวันตกของอินโดนีเซียสร้างความสูญเสียอย่างหนัก หลังภูเขาทั้งลูกถล่มลงมาทับพื้นที่อยู่อาศัยและค่ายฝึกทหารในช่วงก่อนรุ่งสางของวันเสาร์ที่ผ่านมา ความรุนแรงของดิน เลน ต้นไม้ และโคลนที่ไหลทะลักลงมาจากเนินเขาบูรังรัง ทำให้หมู่บ้านปาซีร์ลังกูได้รับผลกระทบหนัก รวมถึงพื้นที่ของกองกำลังนาวิกโยธินที่อยู่ระหว่างการฝึกในสภาพอากาศเลวร้ายและฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน
เหตุดินถล่มชวาตะวันตกคร่าชีวิตหลายสิบ สูญหายกว่า 80 คน รวมทหารนาวิกโยธินอินโดนีเซีย

ปฏิบัติการค้นหาถูกเร่งดำเนินการทันที แต่ความท้าทายของพื้นที่—ทั้งทางเข้าที่คับแคบและดินอ่อนตัวจนโครงสร้างพังทลาย—ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาผู้สูญหายที่อาจยังติดอยู่ใต้ดินโคลนที่หนาถึงหลายสิบฟุต
ทหารนาวิกโยธิน 19 นายอยู่ในกลุ่มผู้สูญหาย หลังค่ายฝึกถูกดินถล่มทับ
หนึ่งในเหตุสะเทือนใจครั้งนี้คือการที่มีสมาชิกหน่วยนาวิกโยธินชุดฝึกจำนวน 19 นายอยู่ในกลุ่มผู้สูญหาย พวกเขาเป็นกำลังพลส่วนหนึ่งของหน่วยฝึกที่เตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจระยะยาวบริเวณชายแดนอินโดนีเซีย–ปาปัวนิวกินี
พลเรือเอก มูฮัมหมัด อาลี เปิดเผยว่าในกลุ่มผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้ว 17 ราย มีทหารนาวิกโยธินรวมอยู่ด้วย 4 นาย ขณะที่กำลังพลที่เหลือยังคงอยู่ระหว่างการค้นหา
เขาระบุว่า “ฝนตกหนักหลายคืนติดต่อกันทำให้พื้นที่ฝึกซ้อมพังทลาย จนเครื่องจักรหนักเข้าไปช่วยเหลือได้ยากมาก”
พื้นที่เกิดเหตุมีโคลนลึกถึงราว 26 ฟุตในบางบริเวณ และยังคงมีความเสี่ยงเกิดการพังทลายเพิ่มเติม ทำให้ทีมกู้ภัยต้องระมัดระวังอย่างมากในการขุดค้นทุกตารางเมตร
ปฏิบัติการค้นหาใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในปีนี้
จากทีมเจ้าหน้าที่เพียง 500 นายในวันแรก ปฏิบัติการค้นหาถูกเพิ่มกำลังเป็นกว่า 2,100 คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร อาสาสมัคร และหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีอุปกรณ์หลากหลายช่วยสนับสนุน ตั้งแต่รถขุดขนาดเล็ก โดรน ไปจนถึงปั๊มน้ำและการขุดด้วยมือเปล่าในบางพื้นที่ที่เครื่องจักรเข้าไม่ถึง
ยูดิ บรามันติโย ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของสำนักงานค้นหาและกู้ภัย กล่าวว่า “สิ่งที่พบคือมวลดินมหาศาล หิน ต้นไม้ที่หลุดทั้งราก รวมกันเป็นระยะทางยาวกว่า 1.2 ไมล์ ทำให้เราต้องทำงานอย่างละเอียดและไม่มีจุดใดที่ขุดได้เร็ว”
ประชาชนราว 230 คน ในพื้นที่ใกล้เคียงถูกอพยพไปยังศูนย์พักพิงของรัฐบาล เพื่อป้องกันอันตรายจากดินถล่มซ้ำที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตามฤดูกาล
ฤดูฝนที่ยังคงเป็นภัยคุกคามในอินโดนีเซีย
อินโดนีเซียเป็นประเทศหมู่เกาะกว่า 17,000 เกาะ ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นภูเขาและพื้นที่สูงจำนวนมาก เมื่อเข้าสู่ช่วงฝนตกหนักตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเมษายน ดินถล่มและน้ำท่วมจึงเป็นภัยใกล้ตัวของประชาชนหลายล้านคน
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนและการขยายตัวของชุมชนเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ทำให้ภัยพิบัติในลักษณะนี้เกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
สรุป
เหตุการณ์ดินถล่มครั้งนี้ในชวาตะวันตกสร้างผลกระทบรุนแรง ทั้งต่อชีวิตประชาชนทั่วไปและกำลังพลของกองทัพอินโดนีเซีย ปฏิบัติการค้นหายังคงดำเนินไปท่ามกลางข้อจำกัดด้านสภาพอากาศและพื้นที่ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการรับมือภัยธรรมชาติที่ยากคาดเดาในภูมิภาคนี้ ความสูญเสียครั้งใหญ่ทำให้หลายฝ่ายจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมสร้างบทเรียนสำคัญด้านการจัดการพื้นที่เสี่ยงภัย
และในบทวิเคราะห์ต่าง ๆ ยังสะท้อนว่าภัยพิบัติลักษณะนี้ส่งผลวงกว้างไม่ต่างจากเหตุการณ์ที่หลายประเทศเผชิญ ซึ่งชวนให้คิดถึงความเปราะบางของชุมชนชายขอบประเด็นที่มักถูกพูดถึงในมุมของการฟื้นตัวอย่างมีประสิทธิภาพ คล้ายกรณีศึกษาที่สื่อหลายสำนัก รวมถึงแหล่งข้อมูลอย่าง 123over เคยกล่าวถึงในมิติการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ
สหรัฐฯ ยืนยันต้อนรับอิหร่าน
วุฒิสภาสหรัฐฯ อนุมัติงบ DHS
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแจงเหตุการณ์
ตำรวจเริ่มสอบสวนคดีฆาตกรรม
นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ประณามการโจมตี
ทรัมป์ปรับทีมความมั่นคง เปลี่ยนรัฐมนตรี